วันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2551

เรื่องที่ควรรู้ เมื่อมาเรียนต่ออเมริกา

หญิงสาวคนหนึ่งยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่หน้าประตูทางออก ถัดจากที่รับสัมภาระในสนามบิน เธอลากกระเป๋าใบละ 30 กิโลกรัมสองใบโต เดินไปทางซ้ายที ขวาที ก่อนตัดสินใจโทรศัพท์ติดต่อนักเรียนไทยสองคนที่อาสาจะมารับและพาไปส่งยังมหาวิทยาลัย

เพื่อนใหม่รุ่นน้องพาเธอไปนั่งทานอาหารในร้านอาหารแฟรนไชส์แห่งหนึ่ง หลังจากทานอาหารและพูดคุยทำความรู้จักกันแล้ว เธอแย่งหยิบใบแสดงรายการอาหารแล้วเดินไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์เอง เพื่อเป็นการเลี้ยงขอบคุณ และพบว่าอาหารพื้น ๆ สามจานในมื้อนั้น ราคา 30 เหรียญ และแอบตะขิดตะขวงใจเล็กน้อยที่ต้องวางทิปเพิ่มไปอีกห้าเหรียญ รวมแล้วคิดเป็นเงินไทยพันกว่าบาท!

นี่ล่ะค่ะ! ความช็อกอย่างแรกของคนที่มาจากเมืองไทย เพราะเรายังไม่คุ้นเคยกับมูลค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ เมื่อมาถึงใหม่ ๆ ย่อมจะคำนวณทุกอย่างเป็นเงินบาท ยาสีฟันหลอดละ 150 บาท แตงโมสี่ชิ้นเล็ก 70 บาท ขนาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถ้วยเล็กยัง 30 บาทเลย และหากไปทานอาหารตามร้าน ยังต้องวางทิปเพิ่มเข้าไปจากราคาอาหารอีก 15-20 เปอร์เซ็นต์

ปัญหาที่สอง ที่หญิงสาวต้องพบเจอคือ ไม่ได้ติดต่อที่พักเอาไว้ เพราะมีนักวิจัยชาวจีนในแล็บที่เธอจะไปดูงานอาสาพาไปดูอพาร์ตเมนต์ที่เขาพักซึ่งว่างอยู่ห้องหนึ่ง แล้วได้มาเห็นด้วยตาว่า บางอพาร์ตเมนต์นั้นสกปรก แออัด และดูไม่ปลอดภัยเอาเสียเลย เธอจึงต้องโทรศัพท์ติดต่อให้นักเรียนไทยทั้งสองมารับเธอไปตระเวณหาที่พักใหม่จนหมดวัน และลงเอยที่การไปอาศัยบ้านพักของรุ่นน้องทั้งสองชั่วคราว แถมรถเมล์ยังเข้าไม่ถึงถนนหน้าหมู่บ้านอีกต่างหาก

เรามักจินตนาการว่า สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศพัฒนาแล้ว การคมนาคมสะดวกสบาย ทุกคนมีคุณภาพชีวิตดี ที่พักอาศัยในราคาขั้นต่ำคือเดือนละประมาณ 15,000 บาทไทย จะต้องเป็นห้องพักหรูหราเหมือนที่เคยเห็นในสื่อต่าง ๆ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ราคานี้ได้ห้องเปล่า ๆ ในอพาร์ตเมนต์แบบ 4 ห้องนอนเท่านั้นเอง

เหตุผลที่หลายอพาร์ตเมนต์ปฏิเสธไม่รับเธอในวันนั้น ไม่ใช่เพราะกลัวเธอไม่มีเงินจ่ายหรอกค่ะ แต่เป็นเพราะการเช่าที่พักแบบต้องแชร์พื้นที่ส่วนกลางกับผู้ร่วมอาศัยนั้น ผู้ดูแลที่พักจะต้องแจ้งให้แม่บ้านเข้าทำความสะอาด จัดหาห้องที่มีรูมเมทที่จะเข้ากับเราได้ อยู่ด้วยกันแล้วไม่มีปัญหาทีหลัง โดยดูจากข้อมูลส่วนตัวของเราที่แจ้งเอาไว้เกี่ยวกับระดับการศึกษา อายุ และอุปนิสัยพื้นฐาน จากนั้นต้องมีผู้ค้ำประกันเมื่อเซ็นสัญญาเข้าพัก หรือต้องวางมัดจำอย่างน้อย 3 เดือนก่อนเข้าพัก ซ้ำยังต้องรอกระบวนการต่าง ๆ ที่กล่าวมาอีกประมาณ 3-4 วันทำการ และส่วนใหญ่ยังมีเงื่อนไขว่าต้องทำสัญญาเช่าเป็นเวลาหนึ่งปีเต็มด้วย

อย่างที่เคยเล่าไปแล้วว่าที่พักนั้นมีหลากหลายรูปแบบ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ เราจะต้องติดต่อผู้ดูแลอพาร์ตเมนต์ หรือคนที่ประกาศรับสมัครผู้แชร์ห้องเช่าล่วงหน้า เพื่อนัดหมายวันเวลาสำหรับดูสถานที่ และขอรายละเอียดทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นแผนที่ เวลาทำการ ราคาที่พัก เงื่อนไขการวางมัดจำ รวมถึงอุปนิสัยและรสนิยมของรูมเมทด้วยค่ะ หากเราโผล่ไปดื้อ ๆ และเร่งรัดขอเข้าพัก อาจถูกสงสัยว่าเคยมีปัญหากับที่พักเดิมแล้วโดนไล่ออกมา กว่าจะอธิบายให้เขาเข้าใจถึงความจำเป็นได้ก็ต้องใช้เวลานาน เพราะภาษาของคนมาใหม่ยังไม่แข็งแรง

มีรายละเอียดเพิ่มเติมในขั้นตอนการทำสัญญาอีกเล็กน้อย คือ อพาร์ตเมนต์ไม่รับค่ามัดจำและค่าเช่าเป็นเงินสด หรือบัตรเครดิตเด็ดขาด เขารับเช็ค หรือ Money Order เท่านั้น โชคดีที่หญิงสาวของเราแลก Traveler Check มาจากเมืองไทยเรียบร้อย ซึ่งใช้จ่ายแทนเช็คปรกติได้ และยังใช้จ่ายแทนเงินสดได้ด้วย จึงไม่มีปัญหาเกี่ยวกับการทำสัญญาแต่ประการใด และหลังจากนี้เธอต้องไปเปิดบัญชีธนาคารเพื่อจะมีสมุดเช็คเป็นของตัวเองเอาไว้สำหรับเขียนจ่ายค่าที่พักในเดือนถัดไปค่ะ

อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลา 4-5 วันที่รออพาร์ตเมนต์จัดเตรียมห้องนั้น คงต้องหาที่พักตามโรงแรมราคาประหยัดไปก่อน แต่การหาสถานที่ต่าง ๆ ในอเมริกา โดยไม่ได้ค้นข้อมูล หรือ search แผนที่มาก่อนนั้นไม่ง่ายเลย เพราะที่ตั้งของสถานที่ต่าง ๆ แม้ถูกระบุด้วยชื่อถนน แต่ชื่อถนนหลายแห่งของอเมริกามักเป็นชื่อตรอกซอยที่แยกออกมาจากถนนหลักอีกที ฉะนั้นการหาสถานที่โดยไม่รู้ว่าต้องไปเริ่มต้นจากถนนหลักเส้นไหนนั้น แทบเปรียบได้กับการงมเข็มในมหาสมุทร และแล้วหญิงสาวของเราก็ต้องไปพักที่โรงแรมในราคาแพงกว่าปรกติ เพราะไม่ได้จองล่วงหน้า

กว่าจะเสร็จสิ้นกระบวนการหาที่พักทั้งระยะสั้นและระยะยาว หญิงสาวก็หมดแรงพอดี ก่อนที่เธอจะขอตัวเข้าห้องพักโรงแรม เธอบอกว่าวันนี้ร้อนมากจนรู้สึกตื้อ ๆ และปวดหัว วิงเวียน อาการแบบนี้อาจมีสาเหตุมาจากอาการขาดน้ำ หรือ dehydration เพราะอากาศที่นี่ค่อนข้างแห้ง ร่างกายสูญเสียน้ำไปมาก แต่เธอไม่ได้ดื่มน้ำเลยทั้งวัน น้อง ๆ จึงต้องยัดเยียดน้ำดื่มให้เธอถือขึ้นไปดื่มบนโรงแรมสามขวด เพราะโรงแรมที่ราคาถูกมาก ๆ นั้นจะไม่มีแม้แต่น้ำดื่มให้บริการ ช่วงแรกนี้ผู้มาใหม่ควรระวังรักษาสุขภาพเป็นพิเศษ เพราะเธอยังไม่ได้ซื้อประกันสุขภาพซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญอย่างหนึ่งของนักเรียนนานาชาติก่อนลงทะเบียนเรียน ถ้าไม่สบายขึ้นมาคงต้องเสียค่ารักษาพยาบาลกันอีกหลายร้อยเหรียญ

ลองจินตนาการดูนะคะ ว่าถ้าหากไม่มีคนแนะนำช่วยเหลือ หญิงสาวของเราจะมีชะตากรรมอย่างไร บทเรียนของกรณีตัวอย่างนี้ แสดงให้เห็นว่ามีเรื่องเล็กน้อยหลายเรื่องเกินกว่าเราจะคาดถึง ฉะนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเตรียมตัวไปต่างประเทศไม่ใช่เพียงแค่การหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ที่เราจะไปเท่านั้น แต่เรายังต้องเตรียมใจ และเปิดใจให้กว้างเพื่อจะเผชิญกับสิ่งที่เราไม่คุ้นเคยให้ได้อย่างไม่ยากเย็นเกินไป

เมื่อเตรียมตัวเตรียมใจมาพร้อมแล้ว ก็ขอยินดีต้อนรับสู่สหรัฐอเมริกาค่ะ

มหาวิทยาลัยฮาวาย

สถาบันการศึกษานานาชาติ (IIE) และอีสต์เวสต์เซ็นเตอร์ (EAST-WEST CENTER : EWC) เปิดรับใบสมัครทุนการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอก เพื่อศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา ในเทอม FALL SEMESTER 2008

ผู้สมัครสามารถเลือกสมัครเพื่อเข้าศึกษาต่อได้ในสาขาวิชาต่าง ๆ ที่มหาวิทยาลัยฮาวายเปิดสอน ยกเว้นสาขาวิชากฎหมาย แพทยศาสตร์ และสถาปัตยกรรมศาสตร์

คุณสมบัติผู้สมัคร
1.เป็นพลเมืองของสหรัฐอเมริกา หรือเป็นพลเมืองของประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงรัสเซีย
2.คะแนนเฉลี่ยรวม GPA ระดับปริญญาตรี 4 ปี (หรือคะแนนเฉลี่ยรวมในการศึกษาปีที่ 3 และ4) ไม่ต่ำกว่า 3.00
3.ผลการสอบ TOEFL ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ = 213 หรือ 79-80 สำหรับระบบอินเทอร์เน็ต และผลการสอบ GRE หรือ GMAT ตามที่มหาวิทยาลัยฮาวายกำหนดในแต่ละภาควิชาการศึกษา
4.ผู้สมัครที่ไม่ได้เป็นพลเมืองของสหรัฐอเมริกาต้องมี J-1 visa
5.ผู้สมัครต้องยื่นใบสมัครทั้งที่มหาวิทยาลัยฮาวายและที่ EWC

ระยะเวลาการให้ทุนการศึกษา
ทุนการศึกษาไม่เกิน 2 ปี สำหรับผู้ศึกษาปริญญาโท และไม่เกิน 4 ปี ในระดับปริญญาเอก

สิ่งที่จะได้รับ
1.ค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการศึกษา
2.ที่พักอาศัย ณ ใจกลาง resident hall
3.ค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน ซึ่งครอบคลุมค่าอาหารและค่าใช้จ่ายเล็กน้อยอื่น ๆ
4.ค่าหนังสือและอุปกรณ์การเรียน
5.ค่าประกันสุขภาพ
6.ค่าครองชีพประมาณ $400 ต่อเดือน หรือ $4,800 ต่อปี
7.ค่าเดินทางจากประเทศของผู้สมัครและเมือง Honolulu

เอกสารที่ต้องเตรียม
1.ใบแสดงผลการเรียนระดับปริญญาตรี
2.essay เกี่ยวกับประวัติส่วนตัวโดยย่อ ประกอบด้วยภูมิหลัง และเหตุผลที่ศึกษาต่อ (สูงสุดไม่เกิน 2 หน้า) พร้อมด้วย CV หรือ resume
3.จดหมายรับรองจากทางมหาวิทยาลัย

*เอกสารทุกอย่างที่เตรียมต้องเป็นภาษาอังกฤษ

หมดเขตรับสมัคร
วันที่ 15 ตุลาคม 2551

นอกจากนี้ทางสถาบันการศึกษานานาชาติ(IIE) และอีสต์เวสต์เซ็นเตอร์ (EAST-WEST CENTER : EWC) มลรัฐฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา ยังได้ประกาศทุนการศึกษาที่ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการเงิน ASIAN DEVELOPMENT BANK (ADB) เพื่อศึกษาต่อระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ณ มหาวิทยาลัยฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา ในเทอม FALL SEMESTER 2008 เช่นเดียวกัน โดยมีรายละเอียดดังนี้

คุณสมบัติผู้สมัคร
1.เป็นพลเมืองของประเทศไทยหรือพลเมืองของประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
2.มีประสบการณ์การทำงานเต็มเวลา ไม่ต่ำกว่า 2 ปี
3.คะแนนเฉลี่ยรวม GPA ระดับปริญญาตรี 4 ปี (หรือคะแนนเฉลี่ยรวมในการศึกษาปีที่ 3 และ4) ไม่ต่ำกว่า 3.00
4.คะแนนสอบ TOEFL ไม่ต่ำกว่า 213 คะแนนด้วยระบบคอมพิวเตอร์ หรือ 550 คะแนนสำหรับระบบสอบในกระดาษคำตอบ หรือ 79-80 ด้วยระบบอินเทอร์เน็ต
5.ผลสอบ GRE/GMAT หรือผลคะแนนสอบอื่น ๆ ตามที่มหาวิทยาลัยฮาวายกำหนดในแต่ละภาควิชา

สิ่งที่จะได้รับ
1.ที่พักอาศัยระหว่างศึกษา
2.ค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน ครอบคลุมค่าอาหารและค่าใช้จ่ายเล็กน้อยอื่น ๆ
3.ค่าเล่าเรียน ณ มหาวิทยาลัยฮาวาย
4.ค่าประกันสุขภาพ
5.ค่าหนังสือและอุปกรณ์การเรียน

*ผู้ได้รับทุนต้องจ่ายค่าครองชีพบางส่วนด้วยตนเอง


สาขาวิชาที่สามารถเลือกศึกษาได้
1.Architecture (ArchD)
2.Economics (MA, Ph.D.)
3.International Management (Ph.D.)
4.Law (LLM)
5.Ocean & Resource Engineering (MS, Ph.D.)
6.Pacific Islands Studies (MA)
7.Sociology (MA, Ph.D.)
8.Urban and Regional Planning (MURP)
9.Business Administration (M.B.A.)
10.Geography (MA, Ph.D.)
11.Japan-focused Executive M.B.A. (JEMBA)
12.Natural Resources & Environment Mgmt (MS,Ph.D.)
13.Oceanography (MS, Ph.D.)
14.Public Administration (MPA)
15.Tropical Plant & Soil Science (MS, Ph.D.)


ระยะเวลาการให้ทุน
ผู้ได้รับการคัดเลือกจาก ADB และ อีสต์เวสต์เซ็นเตอร์ (EAST-WEST CENTER) จะได้รับทุนการศึกษาจาก ADB (รวมค่าเดินทาง) เป็นเวลาไม่เกิน 2 ปี สำหรับระดับปริญญาโท และระดับปริญญาเอกไม่เกิน 4 ปี ตามความเหมาะสม

ใบสมัคร
แบบฟอร์มใบสมัครสามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ www.eastwestcenter.org หรืออีเมล์ไปที่
EWCUHM@EastWestCenter.org หรือสามารถเข้าไปขอใบสมัครได้ด้วยตนเองที่สถาบันการศึกษานานาชาติ (IIE) ประจำประเทศไทย

เอกสารที่ต้องเตรียม
1.ใบสมัครของ EWC/ADB-JSP และessays
2.ใบสมัครของมหาวิทยาลัยฮาวาย
3.ใบแสดงผลการเรียนที่ประทับตรามหาวิทยาลัย จำนวน 2 ฉบับ
4.ผลสอบ TOEFL และ GRE หรือ GMAT
5.จดหมายรับรองจำนวน 3 ฉบับ ตามแบบฟอร์มที่กำหนด
6.Written Sample (เฉพาะระดับปริญญาเอกและบางสาขาวิชาเท่านั้น)

วันหมดเขตรับสมัคร
วันที่ 30 กันยายน 2551

การประกาศผล
ภายในเดือนเมษายน 2552

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม
สถาบันการศึกษานานาชาติ (IIE) ชั้น 6 อาคารมณียา 518/3 ถ.เพลินจิต กรุงเทพฯ 10330โทรศัพท์ 0-2652-0653 ต่อ 119 E-mail : panut@bkk.iie.org หรือดาวน์โหลดใบสมัครทางเว็บไซต์ www.eastwestcenter.org หรือ www.adb.org/JSP/


เกี่ยวกับ EWC
สภาคองเกรสแห่งสหรัฐอเมริกา ได้ก่อตั้งEAST-West Center (EWC) ในปี 1960เพื่อส่งเสริมสนับสนุนความร่วมมือระหว่างรัฐบาลและประชาชนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกรวมถึงสหรัฐอเมริกาด้วย เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร เงินทุนส่วนใหญ่มาจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา และได้รับการสนับสนุนส่วนอื่น ๆ จากองค์กรทั่วไปและรัฐบาลของประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกว่า 20 ประเทศ


หมายเหตุ ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ผู้สมัครสามารถยื่นใบสมัครได้ Southeast Asia : บรูไน พม่า กัมพูชา ติมอร์ตะวันออก อินโดเซีย ลาว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย เวียดนาม

East Asia : สาธารณรัฐประชาชนจีน (รวมถึงฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน) ญี่ปุ่น เกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ มองโกเลีย รัสเซีย

South Asia : อัฟกานิสถาน บังกลาเทศ ภูฏาน อินเดีย อิหร่าน มัลดีฟส์ เนปาล ปากีสถาน ศรีลังกา

Pacific Region : อเมริกันซามัว ออสเตรเลีย เกาะคุก Federated States of Micronesia กวม Kiribati เกาะมาร์แชลล์ Nauru New Caledonia นิวซีแลนด์ Niue Northern Marianas Palau ปาปัวนิวกินี ซามัว เกาะโซโลมอน Tokelau ตองกา Tuvalu Vanuatu Wallis & Futuna Islands

รัฐบาลเม็กซิโก

ทุนรัฐบาลเม็กซิโก เกิดขึ้นโดยความร่วมมือของรัฐบาลเม็กซิโกและกระทรวงการต่างประเทศของเม็กซิโก (SRE) ที่มอบให้กับผู้ที่จบปริญญาตรี เพื่อต่อปริญญาโท และปริญญาเอก Ph.D. ตลอดจนการเขียนหลักสูตรพิเศษต่าง ๆ การค้นคว้าวิจัยทางวิชาการ การพบผู้เชี่ยวชาญและคณาจารย์ทางวิชาการ

รัฐบาลเม็กซิโกมีความต้องการที่จะผูกความสัมพันธ์กับนานาประเทศ มีความเห็นพ้องกับทางกระทรวงการต่างประเทศของเม็กซิโก ที่จะใช้เรื่องของการศึกษาเป็นประตูเบิกทางให้กับต่างชาติได้รู้จักประเทศเม็กซิโกมากขึ้น จึงได้เกิดโครงการมอบทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาต่างชาติ

รัฐบาลเม็กซิโกมีความตั้งใจที่จะใช้การศึกษาช่วยพัฒนาความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง ตลอดเวลาที่ผ่านมา พยายามเชื่อมความสัมพันธ์ด้วยการมอบทุนการศึกษาให้กับประเทศต่าง ๆ ซึ่งสิ่งที่ประเทศเม็กซิโกได้กลับคืนมาก็คือ เรื่องของการพัฒนาบุคลากรในประเทศเช่นเดียวกัน การเรียนรู้ซึ่งกันและกันเป็นสิ่งที่เม็กซิโกต้องการอย่างมากจากโครงการนี้

สำหรับโปรแกรมที่จัดให้มีทุนนั้น มีด้วยกัน 3 ประเภทคือ
-The Bilateral Programs เป็นผลมาจากข้อตกลง หรือโปรแกรมที่อนุมัติโดยรัฐบาลเม็กซิโก และรัฐบาลของประเทศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
-The Multilateral Programs เป็นผลมาจากข้อผูกพันระหว่างรัฐบาลเม็กซิโกกับองค์กรต่าง ๆ
-Special Programs เป็นโปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องความสำคัญในระเบียบวาระการประชุมนานาชาติของเม็กซิโก

ทุกทุนที่กล่าวมานั้น จะไม่ให้สิทธิ์สำหรับชาวต่างชาติที่พำนักอาศัยอยู่ในเม็กซิโก รวมไปถึงนักศึกษาต่างชาติและครอบครัวที่เคยศึกษาในเม็กซิโกมาแล้วด้วย

มหาวิทยาลัยหรือสถาบันที่เข้าร่วมโครงการ มีดังต่อไปนี้

Instituto Tchnologico y de Estudios Superiores de Monterrey [Monterrey Instituto of Technology and Higher Education]; Unicersidad Anahuac [Anahuac University]; Universidad de las Americas [Universidad Anahuac Americas]; Universidad del Clustro de Sor Juana [Claustro de Sor Juana University]; Universidad del Valle de Mexico [University of the Valley of Mexico]; Universidad Iberoamericana [Ibero-American University]; and Universidad La Salle [La Salle University]

คุณสมบัติของผู้สมัครขอรับทุน
-ผู้สมัครควรที่จะเลือกลงวิชาที่มีผลต่อการพัฒนาประเทศของผู้สมัครนั้น ๆ
-ผู้สมัครควรที่จะมีหน้าที่การงานในสถาบัน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวกับเรื่องของการพัฒนา
-ผู้สมัครตั้งใจที่จะเรียนต่อปริญญาโท ในสาชาวิชาที่ไม่มีเรียนในประเทศของตนเอง
-ผู้สมัครมีความมุ่งมั่น ตั้งใจ ที่จะศึกษา ค้นคว้า ในสถาบันของประเทศเม็กซิโก
-ผู้สมัครที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐบาล ควรที่จะให้ความสนใจในการศึกษาต่อเกี่ยวกับงานของตนเอง เพื่อนำไปพัฒนาประเทศของตัวเองในภายภาคหน้า
-ผู้สมัครที่มีโครงการทางด้านทรัพยากรมนุษย์ สังคม หรือการพัฒนาเศรษฐกิจ ก็จะได้มีโอกาสสัมผัสงานจริง ๆ กับสังคมของเม็กซิโกด้วย
-สำหรับการเริ่มต้นการใช้ทุน จะขึ้นอยู่กับคณะกรรมการฝ่ายวัฒนธรรมของเม็กซิโก ซึ่งโดยปรกติแล้วจะเริ่มประมาณวันที่ 1 มีนาคม 2009 แต่ อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
-ผู้ที่ได้รับทุนของเม็กซิโกจะต้องทำสัญญาผูกมัดเป็นหลักฐานโดยเฉพาะในหัวข้อที่ว่า หลังจากศึกษาเล่าเรียนเสร็จแล้ว จะเดินทางกลับประเทศบ้านเกิดของตัวเอง เพื่อนำความรู้ที่ได้กลับไปพัฒนานั่นเอง

ระยะเวลาของการศึกษา ประมาณ 1 ปี สำหรับระดับปริญญาตรี แต่สำหรับระดับปริญญาโท หรือเอก อาจจะมีการประเมินเวลาของการศึกษาของนักศึกษาในกลุ่มก่อนได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องไม่เกินระยะเวลาที่สถาบันนั้น ๆ ได้วางกรอบเอาไว้ให้แล้ว

ขั้นตอนต่าง ๆ ของการรับสมัคร จะถูกส่งไปที่สถานทูตของประเทศเม็กซิโก ที่ประจำอยู่ในประเทศนั้น ๆ ของผู้สมัคร เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของสถานทูตที่ประจำอยู่ประเทศนั้น ๆ พิจารณาเบื้องต้น พร้อมกับตรวจสอบรายละเอียดให้ครบถ้วนสมบูรณ์ โดยจะทำควบคู่ไปกับเจ้าหน้าที่ทางการศึกษาของประเทศนั้น ๆ ด้วย

เกณฑ์การคัดเลือกผู้สมัครขอรับทุน
-ต้องเป็นสถาบันที่อยู่ในการดูแลของหน่วยงานภาครัฐของประเทศนั้น ๆ และเป็นที่ยอมรับของสถาบันของประเทศเม็กซิโกด้วย
-ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนสำหรับการศึกษาต่อในประเทศเม็กซิโก
-สาขาวิชาที่เล่าเรียนจะต้องมีประโยชน์ต่อการนำกลับไปพัฒนาประเทศของตัวเอง
-ผู้สมัครจะต้องมีประวัติการเรียนที่ดี โดยมีใบรับรองจากสถาบันด้วย
-ใบรับรองสถานภาพความเกี่ยวพันทางวิชาการระหว่างผู้สมัครกับสถาบันที่จะไปศึกษา
-ใบรับรองการเข้าทำงานหลังจากสำเร็จการศึกษาในเม็กซิโก
หมายเหตุ ? การตัดสินใจขั้นสุดท้ายที่จะมอบทุนขึ้นอยู่กับคณะกรรมการฝ่ายวัฒนธรรม ที่ไม่มีโอกาสร้องขอได้

ความต้องการเบื้องต้น
-สาขาวิชาที่ต้องการศึกษาต้องตรงกับสาขาวิชาที่ทาง SRE กำหนดไว้ สำหรับนักศึกษาต่างชาติ
-ต้องได้รับการยอมรับจากสถาบันของเม็กซิโกที่จะเข้าทำการศึกษา
-ต้องแสดงจำนงที่ชัดเจน ที่ต้องการจะเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี โท หรือเอก ซึ่งผู้มอบทุน ต้องการให้ผู้สมัครขอรับทุนในสาขาที่เกี่ยวเนื่องกัน
-ได้เกรดเฉลี่ย GPA ประมาณ 8 จากเต็ม 10
-และเมื่อกลับไปประเทศของตัวเองแล้ว ต้องทำรายงานสรุปการรับทุนในครั้งนี้ด้วย

หมายเหตุ
- นักศึกษาทุกคนควรจะเลือกสาขาที่จะศึกษาต่อด้วยความระมัดระวัง เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้น

ประโยชน์ของทุน
-มีเงินช่วยเหลือคิดเป็น 1.4 เท่าของค่าจ้างขั้นต่ำของเม็กซิโก สำหรับผู้เรียนระดับปริญญาโท ในสาขาวิชาที่ใช้ภาษาสเปนและเรียนวัฒนธรรมเม็กซิกัน
-หากเรียนระดับปริญญาเอก ได้รับคิดเป็น 2.5 เท่าของค่าแรงขั้นต่ำ โดยอยู่ทำวิจัยบระดับนี้
-นอกจากนี้แล้วยังจะได้รับการประกันทางการรักษาจากสถาบันทางสังคมของเม็กซิโกอีกด้วย ในระยะ 3 เดือนแรกของการศึกษา รวมไปถึงค่าเดินทางไปศึกษาระหว่างเม็กซิโก ซิตี้ กับมหาวิทยาลัยที่ต้องเดินทางไปศึกษาต่อเวลาของทุน
-แต่ค่าใช้จ่ายในเรื่องของค่าพิมพ์วิทยานิพนธ์ ค่าลงทะเบียนสำหรับนักศึกษาต่างชาติ และค่าทำวีซ่า นักศึกษาต้องรับผิดชอบเอง

การประกาศผลผู้รับทุน
สำหรับทุนปี 2009 ทางกระทรวงการต่างประเทศของเม็กซิโก พร้อมด้วยคณะกรรมการวัฒนธรรม จะประกาศรายชื่อผู้รับทุนระหว่างวันที่ 15 พฤศจิกายน 2008?28 กุมภาพันธ์ 2009 โดยผลจะส่งไปยังสถานทูตเม็กซิโก ประจำประเทศนั้น ๆ

ระเบียบ ข้อปฏิบัติ สำหรับผู้ที่รับทุนแล้ว
-ผู้ที่ได้รับทุนต้องไปแสดงตัวยืนยันการได้รับทุน ณ สถานทูตเม็กซิโก ประจำประเทศนั้น โดยทางสถานทูตเม็กซิโกจะเป็นผู้กำหนดวันรายงานตัวเอง
-ทุนที่ได้ไม่สามารถโอนให้กับคนอื่นได้ และไม่สามารถขอเลื่อนไปศึกษาภาคการเรียนอื่นได้
-ผู้รับทุนจะได้รับเอกสารในฐานะนักศึกษา ชนิดไม่ใช่ผู้อพยพ จากสำนักตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงการต่างประเทศ จากประเทศนั้น ๆ (นักศึกษาเหล่านั้นไม่สามารถท่องเที่ยวในเม็กซิโกในฐานะนักท่องเที่ยวได้)
-ผู้รับทุนการศึกษาจะต้องยึดกฎ ระเบียบของสถานศึกษาในประเทศเม็กซิโกอย่างเคร่งครัด หากมีการละเมิดกฎระเบียบต่าง ๆ ทุนการศึกษาจะถูกเพิกถอนสิทธิ์ทันที

วันปิดรับสมัคร
สำหรับผู้ที่สนใจต้องการสมัครขอรับทุนการศึกษาดังกล่าว สามารถส่งใบสมัครไปได้จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2551 ที่สถานทูตเม็กซิโก ประจำประเทศไทย เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ 0-2285-0995

โมร็อกโก มอบ 15 ทุน

กระทรวงศึกษาธิการ รัฐบาลโมร็อกโกได้พิจารณาจัดสรรทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนไทย ประจำปีการศึกษา 2008?2009 เพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี โทและเอก จำนวน 15 ทุน ดังมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

คุณสมบัติผู้รับทุน
1.ผู้สมัครขอรับทุนจะต้องดำเนินการส่งเอกสารการรับทุนผ่านทางช่องการทูตเท่านั้น (โดยส่งใบสมัครผ่านทางกระทรวงการต่างประเทศ)
2.การจัดทำเอกสารประกอบใบรับสมัครขอรับทุน ฝ่ายโมร็อกโกขอให้ผู้สมัครขอรับทุนให้ความสำคัญกับการส่งเอกสารขอรับทุนให้ครบ และให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับเอกสารดังนี้
-รายชื่อวิชาที่เรียนในแต่ละปีการศึกษาที่ผ่านมา โดยผู้สมัครที่ประสงค์จะศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี ขอให้แจ้งรายชื่อวิชาที่เรียนในระดับมัธยมศึกษา ผู้สมัครที่ประสงค์จะศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ขอให้แจ้งรายชื่อวิชาที่เรียนในระดับปริญญาตรี และผู้สมัครที่ประสงค์จะศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก ขอให้แจ้งรายชื่อวิชาที่เรียนในระดับปริญญาตรีและโท
-การเลือกสถานศึกษาและวิชาที่ประสงค์จะเข้าศึกษาต่อ จะต้องระบุสถานศึกษาและสาขาวิชาที่สมัครเข้าศึกษาต่อให้ชัดเจน 3 ลำดับ และควรมีหนังสือแสดงเจตจำนงด้วยลายมือเพื่อขอรับทุนและระบุสถานศึกษา สาขาวิชา และควรเป็นภาษาฝรั่งเศสหรืออารบิกด้วย
3.ทุนการศึกษานี้ไม่ครอบคลุมค่าลงทะเบียน ค่าที่พัก ค่าเดินทาง หรือค่าใช้จ่ายอื่นใดที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาต่อในโมร็อกโก โดยผู้ที่ได้รับทุนการศึกษาจะได้รับเฉพาะเงินค่าใช้จ่ายรายเดือน เดือนละ 750 ดีร์แฮม หรือประมาณ 85 ดอลลาร์สหรัฐ
4.ภาษาที่ใช้ในการศึกษาต่อที่โมร็อกโก คือ ภาษาฝรั่งเศส (และอารบิกในกรณีที่ศึกษาต่อสาขาศาสนาอิสลาม) ดังนั้น ฝ่ายโมร็อกโกจึงถือพื้นความรู้ภาษาฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในเกณฑ์การคัดเลือกผู้สมัครขอรับทุน
5.มีพื้นความรู้ภาษาฝรั่งเศสถือเป็นส่วนหนึ่งในเกณฑ์การคัดเลือกผู้สมัครขอรับทุน หากผู้สมัครขอรับทุนไม่มีความสามารถทางภาษาฝรั่งเศสอยู่ในเกณฑ์ดี จะต้องเรียนภาษาฝรั่งเศสที่โมร็อกโกเป็นเวลา 1 ปี คะแนนการเรียนภาษาฝรั่งเศสและคุณสมบัติผู้สมัครจะเป็นตัวกำหนดว่าผู้สมัครจะสามารถศึกษาในสาขาใด
6.สำหรับทุนการศึกษาระดับปริญญาตรี ผู้สมัครจะต้องมีอายุระหว่าง 19-23 ปี ตามระเบียบของแต่ละสถานศึกษา และสำเร็จการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาในปีการศึกษา 2549 หรือ 2550 ด้วยคะแนนเฉลี่ยมากกว่า 2.4 หรือร้อยละ 60
7.สำหรับทุนการศึกษาระดับปริญญาโทและเอก ผู้สมัครควรสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีและโท ในสาขาเดียวกัน หรือสาขาที่เกี่ยวข้องกับสาขาที่สมัครขอรับทุน ด้วยคะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 2.8 หรือร้อยละ 70

หลักฐานการสมัคร
1.ใบสมัคร (สำเนาได้จากเว็บไซต์ www.amci.ma)
2.สำเนาใบประกาศนียบัตรได้รับการรับรองถูกต้องจากสถานศึกษา
3.สำเนาใบแสดงผลการเรียนที่ได้การรับรองถูกต้องจากสถานศึกษา
4.สำเนาสูติบัตร
5.สำเนาหนังสือเดินทาง
6.ใบรับรองการแพทย์จากสถาบันการแพทย์ที่ได้การรับรอง
7.รูปถ่ายสีขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป
8.สำหรับผู้สมัครเข้ารับการศึกษาในระดับปริญญาโท ต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมคือ สำเนาใบประกาศนียบัตรจบการศึกษาปริญญาตรี และสำเนาใบแสดงผลการเรียนระดับปริญญาตรีที่ได้รับการรับรองถูกต้องจากสถานศึกษา และสำเนาวิทยานิพนธ์

มูลค่าทุนที่ได้รับ
1.ค่าใช้จ่ายรายเดือน ๆ ละ 750 ดีร์แฮม หรือประมาณ 96 ดอลลาร์สหรัฐ
2.ยกเว้นค่าลงทะเบียน
3.ไม่ครอบคลุมค่าที่พัก ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

ข้อปฏิบัติการศึกษาและการฝึกงานของรัฐบาล สำหรับนักศึกษาต่างชาติและผู้ฝึกงาน
1.ตัวแทนความร่วมมือทางทุนการศึกษาและฝึกงานนานาชาติแห่งโมร็อกโก สำหรับนักศึกษาต่างชาติตามเงื่อนไขที่ชี้แจงจากข้อปฏิบัติด้านล่างนี้
2.ทุน AMCI (MAIC) ภายใต้โครงการโดยข้อตกลงทั่วไประหว่าง AMCI (MAIC) และกระทรวงการต่างประเทศ โดยจำนวนของทุนการศึกษาขึ้นอยู่กับงบประมาณของตัวแทนผู้มอบทุน
3.ทุนการศึกษาจะมอบให้กับนักศึกษาที่ศึกษาสายสามัญ หรือเหลือเวลาเรียนอีกไม่เกิน 2 ปี จะเข้าสู่ระดับอนุปริญญา ทุนนี้ไม่ครอบคลุมถึงนักศึกษาที่ศึกษาในสถาบันเฉพาะทาง
4.ทุนการศึกษาครอบคลุมระยะเวลา 2?7 ปี อาจเพิ่มมากกว่านี้ได้หากต้องการเรียนซ้ำในปีที่เรียนจบมาอีกครั้ง แต่จะให้ทุนเรียนซ้ำแค่ 1 ปีเท่านั้น การเรียนซ้ำถึง 3 ครั้ง หรือการเรียนซ้ำชั้นจะไม่ได้รับการให้ทุนการศึกษา จนกว่าผู้ได้รับทุนจะผ่านไปสู่ระดับที่สูงขึ้น
5.ทุน DESA (Master"s Degree) หรือ DESS (Specialzed Master"s Degree) จะให้เป็นระยะเวลา 2 ปี แต่อาจขยายเวลาได้มากที่สุดอีก 1 ปี หลังจากที่ตัวแทนได้พิจารณาประวัติส่วนตัวของผู้ได้รับทุนแล้ว
6.ทุนปริญญาเอกจะให้เป็นระยะเวลา 3 ปีต่อเนื่อง แต่อาจขยายเป็นมากสุดไม่เกิน 5 ปีได้ หลังจากที่ตัวแทนได้พิจารณาประวัติส่วนตัวของผู้ได้รับทุนแล้ว
7.ทุนการศึกษาจะให้เป็นเวลา 12 เดือนต่อ 1 ปีการศึกษา การจ่ายเงินของทุนการศึกษาขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของสถาบันที่ผู้ได้รับทุนสมัคร
8.โดยเบื้องต้น ทุนการศึกษาจะเริ่มจ่ายตั้งแต่วันที่เริ่มปีการศึกษาอย่างเป็นทางการในสถาบันที่ผู้ได้รับทุนสมัคร
9.ผู้ได้รับทุนการศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในปีการศึกษาสุดท้ายและไม่สามารถสำเร็จการศึกษาก่อนวันเปิดภาคเรียนอย่างเป็นทางการในสถาบันที่สมัครได้ จะได้รับสิทธิ์ยืดเวลาภายใน 9 เดือน หากเป็นกรณีนี้ ผู้ได้รับทุนจะต้องไม่มีพันธะกับการได้รับทุนอื่น ๆ
10.นักศึกษาใหม่ที่ยังไม่เคยมีรายชื่อมาก่อนจะไดัรับสิทธิ์จากทุนการศึกษาเป็นเวลา 9 ปี ระหว่างที่ศึกษาในโมร็อกโกและจะได้บันทึกรายชื่อในโอกาสต่อไป
11.ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงเวลาเรียนหรือสาขาที่เรียนจากที่ผู้รับทุนเลือกมาทีแรก ผู้รับทุนจะต้องกระทำการตามกฎพื้นฐานของผู้สมัครรับทุนและตามกฎของตัวแทนผู้ให้ทุน
12.ทุนการศึกษาจะมีการชำระเป็นงวด ซึ่งครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการสมัคร เช่น ค่าประกันความเสียหาย ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่น ๆ ตามความเหมาะสมของการศึกษา

วันหมดเขตรับสมัคร
ในการนี้ ผู้สมัครขอรับทุนการศึกษาต้องกรอกแบบฟอร์มด้วยลายมือ และเลือกมหาวิทยาลัยและสาขาที่น่าสนใจ พร้อมทั้งเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องส่งให้กระทรวงการต่างประเทศให้ครบภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2551

อนึ่งทางการโมร็อกโกไม่ได้จำกัดคุณสมบัติของผู้สมัครรับทุนการศึกษาดังกล่าวว่าต้องเป็นมุสลิม การสมัครรับทุนดังกล่าวจึงครอบคลุมถึงนักเรียนทั่วไปที่มิใช่มุสลิมด้วย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ Moroccan Agency for International Cooperation (AMCI) ที่www.amci.ma หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา กองแอฟริกา กระทรวงการต่างประเทศ โทร.0-2643-5000 ต่อ 2035

ทุนระดับปริญญาโท-เอก

สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ร่วมมือกันดำเนินงานโครงการทุนพัฒนาอาจารย์ระดับปริญญาเอกเพื่อเพิ่มสัดส่วนของอาจารย์ระดับปริญญาเอกในสถาบันอุดมศึกษา โดยใช้เงินสนับสนุนจากสกอ. คณะศิลปะประยุกต์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เปิดรับสมัครอาจารย์และบุคคลทั่วไปสมัครรับทุนพัฒนาอาจารย์ระดับปริญญาเอกร่วมระหว่างสกอ.และสกว.โดยใช้รูปแบบของโครงการคปก. รับสมัครตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2551

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัคร
1.เป็นอาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐอยู่แล้ว หรือบุคคลทั่วไปที่ประสงค์จะเป็นอาจารย์ประจำคณะศิลปะประยุกต์และการออกแบบเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว
2.ผู้มีวุฒิปริญญาตรี จะต้องได้เกียรตินิยมและ/หรืออยู่ใน 10 %แรกของชั้น
3.ผู้มีวุฒิปริญญาโท จะต้องมีผลงานตีพิมพ์ หรือเสนอในที่ประชุมวิชาการระดับชาติที่สกว.ยอมรับ
4.นักศึกษาปริญญาโท ที่เปลี่ยนสถานภาพเป็นนักศึกษาปริญญาเอก (Upgrade) จะต้องได้เกียรตินิยม และ/หรืออยู่ใน 10% แรกของชั้นในระดับปริญญาตรี หรือมีผลงานตีพิมพ์หรือเสนอในที่ประชุมวิชาการระดับชาติที่สกว.ยอมรับ
5.มีสัญชาติไทย และสามารถศึกษาวิจัยได้เต็มเวลาตลอดการศึกษาระดับปริญญาเอก

หลักเกณฑ์ในการพิจารณาให้ทุน
1.เป็นหลักสูตรที่ให้ทุนด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ ด้านแฟชั่นสิ่งทอ ด้านสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น ด้านการออกแบบสื่อและโฆษณาศิลป์
2.ต้องเป็นผู้ที่คุณสมบัติผ่านเกณฑ์การพิจารณาเหมือนทุนคปก.ปกติทุกประการ

ขั้นตอนการสมัคร
-นักศึกษาส่งใบสมัคร(ปก.4/50) จำนวน 1 ชุด พร้อมเอกสารสำคัญทางการศึกษาและใบประกาศเกียรติคุณ
-อาจารย์ที่ปรึกษาส่งใบสมัคร (ปก.2.2/49) จำนวน 1 ชุด พร้อมสำเนาผลงานทางวิชาการย้อนหลัง 5 ปี

สนใจดาวน์โหลดใบสมัครที่ http://rgi.trf.or.th/thai.htm แล้วยื่นใบสมัครพร้อมหลักฐานได้ที่ห้อง 6319 สำนักงานคณบดี คณะศิลปะประยุกต์และการออกแบบ EN6 ชั้น 3 มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โทร.04-5357-3781

Top Rank or Scholarship?

หลายคนถามมาครับว่า มหาวิทยาลัยดี ๆ ในอังกฤษให้ทุนการศึกษาบ้างหรือไม่ แล้วเป็นมหาวิทยาลัยที่ Ranking สูง ๆ หรือไม่ คำตอบคือมีครับ แต่สิ่งที่อยากจะให้พิจารณา คือความต้องการของสาขาวิชาที่อยากเรียนกับคุณสมบัติของผู้สมัคร บางมหาวิทยาลัยเรียกร้องเกรดเฉลี่ยที่สูงมาก

ผมมีข้อมูลโอกาสสุดท้ายของนักเรียนและนักศึกษาไทยที่จะได้รับทุนการศึกษาสูงสุดกว่า 420,000 บาท สำหรับหลักสูตรปริญญาตรี หรือกว่า 105,000 บาท ในระดับปริญญาโท ในมหาวิทยาลัยที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่ติด Top Rank ประสบการณ์นักเรียนที่ดีที่สุดในอังกฤษ เป็นมหาวิทยาลัยใหม่ที่ดีที่สุด โดยเฉพาะทางด้าน Computer Science และ Research แต่ขอบอกไว้ก่อนนะครับว่า มหาวิทยาลัยใหม่ของอังกฤษ ก่อตั้ง 100 กว่าปีครับ ส่วนมหาวิทยาลัยเก่าคือหลายร้อยปี

University of Sunderland, Sunderland, UK
Ranking:
• “Top University for providing the Best Student Experience in England” By The Times Higher Education 2005
• “Top 5 New Universities in England for Computer Science” By Times Good University Guide, May 2002
• “The Best New University in the UK for research” By The Times, December 2001
• “The Best New University in England” By Guardian University Guide, May 2001 “University of Sunderland” จากสหราชอาณาจักรมอบทุนปีละ £1500 สำหรับนักศึกษาไทย ในหลักสูตรปริญญาตรีและปริญญาโททุกสาขา

เมือง Sunderland ได้รับการขนานนามว่า “A glorious heritage…and a really bright future” มีประชากรประมาณ 300,000 คน ตั้งอยู่ทางชายฝั่งตอนเหนือของประเทศอังกฤษ ห่างจาก London ประมาณ 3 ชั่วโมงโดยรถไฟ หรือ 1 ชั่วโมงบิน สำหรับผู้ที่ชอบชมการแข่งขันฟุตบอลเมือง Sunderland อยู่ห่างจาก Newcastle เพียงแค่ 20 นาทีโดยรถไฟเท่านั้น หรือจะไป Manchester เพียง 2 ชั่วโมงครึ่ง เมืองนี้เน้นบรรยากาศที่สวยงาม สะอาด และมีความปลอดภัยสูงเทียบกับ London และ Newcastle นักเรียนสามารถนั่งรถไฟไปเที่ยวเมืองอื่นในวันหยุดสุดสัปดาห์ การเดินทางภายในเมือง สามารถใช้รถไฟใต้ดิน (Underground หรือ Tube) ไปไหนมาไหนได้ทันใจ

เมืองนี้เป็นศูนย์กลางทางด้านธุรกิจ และเป็นที่ตั้งของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีสาขาหรือฐานการผลิตในยุโรป เช่น Nissan, Nike, Royal & Sun Alliance, London Electricity และ Tesco ที่รู้จักกันดีในบ้านเรา และนอกจากนี้ Sunderland เป็นหนึ่งในเจ็ดของโลกที่ได้ชื่อว่าเป็น “Most IT intelligent communities” และ 1 ใน 5 เมืองของอังกฤษที่เป็นผู้นำทางด้านธุรกิจการค้า แต่ในเมืองที่ทันสมัย มีการผสมผสานความงามร่วมกับอาคารสถาปัตยกรรมแบบเก่า มีสวนสาธารณะมากมาย และมีย่านช็อปปิ้งทันสมัย โดดเด่นที่สุดคือ เป็นหนึ่งในไม่กี่เมืองของสหราชอาณาจักรที่เป็นเมืองชายทะเล มีชายหาดและกีฬาทางน้ำมากมาย รวมถึง Sunderland Football Club

University of Sunderland มีแคมปัสใหญ่ตั้งอยู่ริม River Wear ใจกลางเมือง ด้วยเงินลงทุนกว่า 50 ล้านปอนด์ และมี Media Centre สร้างด้วยเงิน 9 ล้านปอนด์ มีสถานีโทรทัศน์ถึง 2 สถานี โรงหนัง 207 ที่นั่ง และมีสถานีวิทยุกระจายเสียงของนักศึกษาด้วย มหาวิทยาลัยมีนักเรียนประมาณ 15,000 คน จากกว่า 70 ประเทศ เป็นมหาวิทยาลัยที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นกว่ามหาวิทยาลัยอื่น ๆ ในสหราชอาณาจักร เพราะเป็นหนึ่งในไม่กี่มหาวิทยาลัยที่เน้นความทันสมัยและการเรียนการสอนแนวหัวคิดใหม่ จนมีชื่อเสียงอย่างมากในเรื่องของการสอนและการวิจัย ได้รับการรับรองจาก the Quality Assurance Agency ท่านอธิการบดีของที่นี่คือ Lord (David) Puttnam เป็น Producer เจ้าของรางวัลออสการ์มากมายจากภาพยนตร์จอเงินเรื่อง Chariots of Fire, Local Hero, The Mission, Bugsy Malone และ Midnight Express

ปัจจุบันมีนักเรียนไทย 37 คน 3 คนเป็นนักเรียนทุน ก.พ. ผู้ที่เข้าเรียนภายในปี 2008 จะได้รับ Scholarship ปีละ £1500 หรือปีละกว่า 105,000 บาท หักจากค่าเรียนต่อปี และไม่มีการขึ้นค่าเล่าเรียนจนจบหลักสูตร

หลักสูตรของมหาวิทยาลัย Sunderland มีตั้งแต่หลักสูตรภาษาอังกฤษ อนุปริญญา (HND) ปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก กว่า 100 สาขา เช่น บริหารธุรกิจ วิศวกรรมศาสตร์ คอมพิวเตอร์ การออกแบบ นิเทศศาสตร์ ศิลปกรรมศาสตร์ เภสัชกรรมศาสตร์ การจัดการท่องเที่ยว นักเรียนที่จบ ม.6 หรือ Year 12 ที่มี GPA 3.00 สามารถเข้าเรียนปี 1 จาก 3 ปีได้ทันที ส่วนนักเรียนที่จบปริญญาตรีหลักสูตรนานาชาติ สามารถเข้าศึกษาต่อปริญญาโทได้ทันที โดยไม่ต้องสอบ TOEFL/IELTS ผู้ที่จบหลักสูตรภาษาไทยสามารถเรียนหลักสูตร Pre-master หรือ EAP Direct Entry โดยไม่ต้องสอบ TOEFL/IELTS ได้เช่นกัน ทั้งปริญญาตรีและปริญญาโท และมีโปรแกรม Foundation Year สำหรับหลักสูตรปริญญาตรี

นอกจากนี้ยังมี Internship & Working Opportunities ทำงานระหว่างเรียน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยมหาวิทยาลัยเป็นผู้แนะนำงาน หลังจากจบการศึกษาจะได้วีซ่าทำงานอีก 1 ปี มหาวิทยาลัยมีแผนกจัดหางานจากหน่วยงานมาตรฐานรองรับ เช่น NISSAN, CISCO, Tesco, Marks & Spencer และอื่น ๆ มากกว่า 30 หน่วยงาน ทุกหน่วยงานได้รับการคัดสรรและได้รับการรับรองจาก Education UK

หาข้อมูลเพิ่มเติม
สอบถามเอกสารการสมัครและสมัครเรียนได้ที่ งานศูนย์ส่งเสริมการศึกษาต่อสหราชอาณาจักร อเมริกาเหนือ และโอเชียเนีย Smile Campus International โทร.0-2970-1232-3, 08-4088-8234 E-mail : smile@smilecampus.com, www.smilecampus.com

แผนกส่งเสริมการศึกษาต่อสหราชอาณาจักร Email : smile.campus@yahoo.co.uk

แผนกส่งเสริมการศึกษาต่อ UOS Email : sunderland.campus@yahoo.co.uk
University of Sunderland, Chester Road, Sunderland SR1 3SD. United Kingdom www.sunderland.ac.uk

...........................................

ทุนแพทย์มูลนิธิดำรงชัยธรรม

มูลนิธิดำรงชัยธรรมเปิดรับสมัครผ่านสถาบันการศึกษาเพื่อคัดมอบทุนการศึกษาแก้ปัญหาการขาดแคลนวิชาชีพแพทย์เพื่อชาวชนบท จำนวน 4 ทุน จากปิดรับสมัครเมื่อวันที่ 21 เมษายนได้ขยายเวลารับสมัครถึงวันที่ 30มิถุนายน 2551

จุดประสงค์
-เพิ่มโอกาสให้กับนักเรียนในชนบทให้ได้ศึกษาวิชาชีพแพทยศาสตร์
-มีส่วนร่วมในการผลิตแพทย์และให้กระจายแพทย์ไปสู่ชนบทมากยิ่งขึ้น
-เพื่อให้บัณฑิตได้กลับไปใช้ชีวิตในภูมิลำเนา

พื้นที่และกลุ่มเป้าหมาย
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จำนวน 2 ทุน
ภาคเหนือ มหาวิทยาลัยนเรศวร 1 ทุน
ภาคกลาง/กทม. มหาวิทยาลัยมหิดล 1 ทุน

คุณสมบัติผู้สมัคร
1.ได้รับการคัดเลือกเข้าเป็นนักศึกษาแพทย์ในมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท
2.มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดที่รับผิดชอบของมหาวิทยาลัย
3.อายุ 18-25 ปี
4.ขาดแคลน
5.ความประพฤติดี
6.มีความสามารถ
7.รักและมุ่งมั่นในวิชาชีพ
8.มีความมุ่งมุ่นที่จะกลับไปพัฒนาชุมชนของตัวเอง

หลักฐานการสมัคร
1.ใบสมัครขอรับทุน
2.หนังสือแจ้งผลการเป็นนักศึกษาแพทย์ชนบท
3.สำเนาทะเบียนบ้าน
4.ข้อเขียนด้านแนวคิด (แสดงความคิดเห็นได้เต็มที่ไม่จำกัดจำนวนหน้า)
-ครอบครัวของฉัน
-ความตั้งใจ/มุ่งหวังในการประกอบอาชีพแพทย์เพื่อชาวชนบท
5.หนังสือรับรองรายได้จากผู้บังคับบัญชาหรือผู้ใหญ่บ้าน
6.คำนิยม 4 ท่าน (อาจารย์ระดับชั้นม.ปลาย, ผุ้ใหญ่บ้านหรือกำนัน, ผู้ปกครอง, เพื่อน)
7.ผลงานด้านกิจกรรมเชิงสังคมและชุมชน ทั้งที่เข้ารวม และเป็นแกนนำ เช่น ประกาศนียบัตร รูปถ่ายต่าง ๆ เป็นต้น (ย้อนหลังไม่เกิน 2 ปี)
8.VCD บันทึกภาพเคลื่อนไหวและภาพนิ่ง ดังนี้
-ภาพเคลื่อนไหว แนะนำตัว ครอบครัว ที่อยู่ และแสดงแนวคิดการเป็นแพทย์ชนบท (ความยาว 5-7 นาที)
-ภาพนิ่งครึ่งตัว เต็มตัว ภาพถ่ายร่วมกับสมาชิกในครอบครัว ภาพถ่ายบ้านและที่อยู่อาศัย

สนใจดาวน์โหลดใบสมัครได้จาก
http://www.damrongchaitham.com/download/doctor.DM.pdf

............................



ทุนธนาคารแห่งประเทศไทย

ธนาคารแห่งเประเทศไทย (ธปท.) เปิดรับสมัครเพื่อคัดมอบทุนการศึกษาประเภททุกบุคคลที่กำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาที่เทียบเท่าในต่างประเทศในสาขาวิชาที่หายาก (ทุนสาขาวิชาที่หายาก) สาขาวิชา ECONOMETRICS ประจำปี 2551 จึงประกาศรับสมัครสอบคัดเลือกเพื่อรับทุนดังกล่าวตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 16 กรกฎาคม 2551

สาขาวิชาที่ให้ทุน เพื่อศึกษาในระดับปริญญาเอกสาขาวิชา ECONOMETRICS หรือ MACROECONOMIC MODELING หรือเศรษฐศาสตร์ที่ศึกษาและทำวิทยานิพนธ์ (DISSERTATION) ในหัวข้อเกี่ยวกับเศรษฐมิติ (ECONOMETRICS) ECONOMIC MODELING ในประเทศสหรัฐอเมริกาหรืออังกฤษ ในสถานศึกษาที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

คุณสมบัติของผู้สมัครขอรับทุน
1.มีสัญชาติไทย
2.อายุไม่เกิน 35 ปีบริบูรณ์นับถึงวันที่ 1 มกราคม 2551
3.ผู้ที่ได้รับการตอบรับให้เข้าศึกษาในปีการศึกษา 2551 หรือผู้ที่กำลังศึกษาในระดับการศึกษา สาขาวิชา และสถานศึกษาตามรายชื่อที่ธปท.กำหนดในประเทศสหรัฐอเมริกาหรืออังกฤษโดยผู้ที่กำลังศึกษาจะต้องเหลือระยะเวลาศึกษาอีกไม่น้อยกว่า 1 ภาคการศึกษา
4.เป็นผู้ที่มีผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดี คือมีคะแนนเฉลี่ยสะสมเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.00 ในระดับปริญญาตรี และหรือในระดับปริญญาโทที่สำเร็จมาแล้ว
5.เป็นผู้มีศีลธรรม วัฒนธรรม และความประพฤติดี
6.ไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ความผิดที่เป็นลหุโทษ หรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท
7.ไม่เป็นผู้มีร่างกายทุพพลภาพ หรือเป็นโรคอันอาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา หรือเป็นโรคติดต่ออันพึงรังเกียจ
8.เป็นผู้ที่ไม่อยู่ระหว่างการรับทุนที่มีสัญญาผูกพันในการปฏิบัติงานชดใช้ทุนใด ๆ

เอกสารและหลักฐานประกอบการสมัคร
1.ใบสมัครพร้อมรูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวกและไม่สวมแว่นตาดำ ขนาด 1X1.5 นิ้ว จำนวน 1 รูป
2.ประวัติย่อ (RESUME)
3.สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านอย่างละ 1 ชุด
4.หลักฐานทางการศึกษา ดังนี้
4.1หนังสือการตอบรับให้เข้าศึกษาในปี 2551 ตามหลักสูตรที่กำหนดให้ทุน จำนวน 1 ชุดพร้อม TRANSCRIPT ของวุฒิการศึกษาที่ผ่านมาในระดับปริญญาตรีและหรือปริญญาโท หรือ
4.2หนังสือจากสถานศึกษาแสดงว่ากำลังศึกษาอยู่ในหลักสูตรที่กำหนดในข้อ 1 พร้อม TRANSCRIPT ที่แสดงผลการเรียนของภาคการศึกษาที่ผ่านมาทั้งหมด (กรณีกำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาเอก)
5.ให้ผู้สมัครรับทุนแนบรายชื่อวิชา พร้อมคำอธิบายประกอบของหลักสูตรที่กำลังศึกษาและหัวข้อการทำวิทยานิพนธ์ (DISSERTATION) เพื่อประกอบการพิจารณาคัดเลือกผู้สมัครแต่ละราย โดยให้ความสำคัญกับเนื้อหาวิชาเรียนที่เป็นประโยชน์กับงานของธปท.ด้าน ECONOMETRICS หรือ ECONOMIC MODELING
6.ผลคะแนนการทดสอบภาษาอังกฤษ (TOEFL หรือ IELTS) อย่างเป็นทางการโดยผลคะแนนต้องมีอายุไม่เกิน 2 ปีนับถึงวันที่ออกประกาศ (ถ้ามี)
7.ผลคะแนนการทดสอบ GRE หรือ GMAT อย่างเป็นทางการโดยผลคะแนนจะต้องมีอายุไม่เกิน 5 ปีนับถึงวันที่ออกประกาศ (ถ้ามี)

ทั้งนี้เอกสารทุกฉบับให้เขียนรับรองว่า “สำเนาถูกต้อง” และลงชื่อกำกับไว้ด้วยและผู้สมัครสอบจะต้องตรวจสอบและรับรองตนเองว่ามีคุณสมบัติตรงตามประกาศรับสมัครจริง เมื่อคณะกรรมการคัดเลือกได้ตรวจสอบคุณสมบัติจากเอกสารหลักฐานแล้วถ้าปรากฎภายหลังว่าผู้ใดมีคุณสมบัติไม่ตรงตามประกาศรับสมัครสอบจะขาดคุณสมบัติทันที

รายชื่อสถานศึกษาตามที่ธปท.กำหนด
สหรัฐอเมริกา Columbia U. (NY) Harvard U. (MA) M.I.T. New York U. Northwestern U. (IL) Princeton U.(NJ) Stanford U.(CA) U.of California-Berkeley U.of California-Los Angeles U. of California-San Diego U. of Chicago U. of Michigan-Ann Arbor U. of Pennsylvania U. of Winconsin-Madison Yale U.(CT)

อังกฤษ Bath Bristol Cambridge Cardiff College London Durham Essex LSE Nottingham Oxford U. Royal Halloway Southampton St Andrews Warwick York

สนใจขอรับใบสมัครได้ที่ ทีมทุนการศึกษา อาคาร 1/3 ชั้น 2 ธนาคารแห่งประเทศไทย บางขุนพรมตั้งแต่เวลา 8.30-16.30 น. โทรศัพท์ 0-2283-5780-2 หรือ อิเมล์ ที่ SCHOLARSHIP
TEAM2@BOT.OR.TH หรือดาวน์โหลดใบสมัครจาก http://www.bot.or.th หัวข้อสมัครงาน ฝึกงานและทุน

นิวซีแลนด์แจกทุนป.ตรี,เอก

รัฐบาลนิวซีแลนด์ โดยกระทรวงศึกษาธิการ มอบทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาเอก ให้กับนักศึกษาต่างชาติ ทุนดังกล่าวเป็นแบบทุนเต็มจำนวนในส่วนของค่าศึกษาเล่าเรียน โดยจะเปิดรับสมัครถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2551 นี้

โอกาสสำหรับคนเก่งทั่วโลก

มหาวิทยาลัยในนิวซีแลนด์ จะเป็นผู้ดำเนินการจัดการเรียนการสอนให้กับนักศึกษาทุนจากต่างชาติ เพื่อทำการศึกษาวิจัยอย่างเคร่งครัด ซึ่งปริญญาบัตรจากสถานการศึกษาของนิวซีแลนด์ ถือว่าได้การยอมรับจากทั่วโลก ในเรื่องของการปฏิบัติ ความทันสมัย เป็นที่ต้องการของตลาด โดยสาขาที่สร้างชื่อให้กับนิวซีแลนด์ เช่น เทคโนชีวภาพ กฎหมายเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมทางน้ำ เป็นต้น

หุ้นส่วนทางการศึกษา
ทุนการศึกษา The New Zealand International Doctoral Research Scholarship–NZIDRS ถือเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลนิวซีแลนด์ ที่ต้องการจะแสดงให้เห็นถึงความเป็นหุ้นส่วนทางการศึกษากับประเทศอื่น ๆ ที่พร้อมจะแลกเปลี่ยนความร่วมมือด้วย

ระบบการศึกษาของนิวซีแลนด์ เป็นระบบที่จัดให้นักศึกษามีโอกาสได้รับความรู้และทักษะความชำนาญเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ และเป็นประโยชน์สูงสุดแก่มวลมนุษย์โลก ซึ่งทุนนี้เป็นทุนที่จัดตั้งขึ้นมาแบ่งปันความยอดเยี่ยมทางด้านการศึกษาของนิวซีแลนด์ ให้กับคนชาติอื่น ๆ รวมถึงนำเอาสิ่งที่ดีที่สุดจากทุกมุมโลกมาสู่ประเทศนิวซีแลนด์ด้วย

ทุนระดับปริญญาเอกวิจัย
ทุนการศึกษานี้ (The New Zealand International Doctoral Research Scholarship–NZIDRS) ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลประเทศนิวซีแลนด์ ผ่านกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งทุนนี้ถือเป็นทุนที่ให้โอกาสทางการศึกษาอย่างสูงสุด โดยทุนดังกล่าวจะสนับสนุนทางด้านการเงินให้กับนักศึกษาต่างชาติ ระดับปริญญาเอก ขณะที่ทำการศึกษาวิจัยในมหาวิทยาลัยของนิวซีแลนด์

สำหรับปีนี้จำนวนที่เปิดรับนักศึกษาทุน ประมาณ 40 คน

คุณสมบัติของการสมัครรับทุน
-ต้องเป็นนักศึกษาต่างชาติ
-มีประวัติผลการเรียนในระดับเกรด A
-ต้องมีคุณสมบัติตามที่มหาวิทยาลัยในนิวซีแลนด์กำหนด รวมถึงการทดสอบความสามารถทางภาษาอังกฤษด้วย
-ต้องเตรียมเอกสารต่าง ๆ ตามที่ทางมหาวิทยาลัยในนิวซีแลนด์ร้องขอ
-ต้องมีคะแนนทดสอบภาษาอังกฤษอย่างใดอย่างหนึ่ง (ไม่เกิน 2 ปี) ดังนี้

คะแนน IELTS อย่างน้อย 6.5 หรือคะแนน TOEFL อย่างน้อย 575 คะแนน (แบบทดสอบกระดาษ) หรือ 233 คะแนน (แบบคอมพิวเตอร์)

การพิจารณาผู้รับทุน จะทำการพิจารณาจากผู้จบปริญญาเอกจากต่างประเทศ ตามคุณสมบัติข้างต้น รวมไปถึงการรับเข้าศึกษาจากมหาวิทยาลัยในนิวซีแลนด์แล้ว และเนื่องจากจำนวนรับสมัครมีจำนวนจำกัด จึงต้องถือเอาจำนวนผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่มหาวิทยาลัยในนิวซีแลนด์รับแล้ว เป็นตัวกำหนด

มูลค่าของทุนการศึกษา
ทุนดังกล่าวจะดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายเป็นเวลา 3 ปี สำหรับทุนระดับปริญญาเอกวิจัย โดยมูลค่าจะครอบคลุมถึงค่าเล่าเรียนเต็มจำนวน ค่าใช้จ่ายรายเดือน 1,500 เหรียญนิวซีแลนด์ต่อ 1 เดือน ค่าเดินทาง 2,000 เหรียญนิวซีแลนด์ และค่าหนังสือรวมค่าทำการวิทยานิพนธ์ 600 เหรียญนิวซีแลนด์ มูลค่าทุนจะไม่รวมถึงค่าใช้จ่ายของผู้ติดตาม

เงื่อนไขในการรับทุน
-ผู้ได้รับทุนจะต้องทำการศึกษา ค้นคว้าวิจัย ตลอดโปรแกรมที่ประเทศนิวซีแลนด์ที่เดียวเท่านั้น ตลอดระยะเวลาของการรับทุน จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขของมหาวิทยาลัยในนิวซีแลนด์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
-ผู้ได้รับทุนแล้ว ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโปรแกรมระหว่างรับทุนได้ หากยังไม่มีการอนุญาตจากมหาวิทยาลัยในนิวซีแลนด์ และกระทรวงศึกษาธิการนิวซีแลนด์
-ผู้ได้รับทุนไม่สามารถที่จะโอนสิทธิ์นี้ให้กับผู้อื่นได้
-ผู้ได้รับทุนจะได้รับอนุญาตให้เข้าทำงานพาร์ตไทม์เป็นเวลา 12 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ กับมหาวิทยาลัยที่ทำการศึกษาวิจัย
-ผู้รับทุนจะต้องมีผลงานการเรียนเป็นที่พอใจของทางมหาวิทยาลัยต้นสังกัด
-ค่าใช้จ่ายรายเดือนจะถูกตัดสิทธิ์ชั่วคราวในขณะที่ไม่ได้ศึกษา อาทิ กรณีของการเจ็บไข้

ขั้นตอนการสมัคร
-ดาวน์โหลดใบสมัครที่ www.newzealandeducated.com/scholarship
-กรอกใบสมัครให้เรียบร้อยเป็นภาษาอังกฤษ เซ็นเอกสารให้ครบถ้วน
-ส่งเอกสารประกอบการรับสมัครให้ครบถ้วน
-สำเนาใบสมัครจำนวน 6 ชุด และเอกสารประกอบรับสมัคร อีก 6 ชุด ส่งไปที่
Scholarships Manager
Education New Zealand Trust
PO Box 10-500 Wellington
New Zealand 6143

หมายเหตุ การส่งใบสมัครผ่านอีเมล์ และสแกนเอกสารประกอบการสมัคร จะไม่ได้รับพิจารณาให้ได้รับทุนจากคณะกรรมการ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร

วันหมดเขตรับสมัคร
วันที่ 15 กรกฎาคม 2008 หากว่าปีไหน วันที่ 15 ก.ค. ตรงกับวันหยุด ก็จะได้รับการผ่อนผันไปจนถึง 5 โมงเย็นของวันจันทร์ถัดไป รายละเอียดเพิ่มเติม

ผู้สนใจสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.newzealandeducated.com/scholarships

ทุนระดับปริญญาตรี
มอบให้กับผู้สนใจ จำนวน 28 ทุน

คุณสมบัติของผู้สมัครรับทุน
-จะต้องเป็นนักศึกษาของประเทศบรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ไทย เวียดนาม จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อินเดีย ไต้หวัน บราซิล ชิลี และเม็กซิโก
-มีคุณสมับติตรงตามที่ทางมหาวิทยาลัยของนิวซีแลนด์กำหนด ซึ่งผู้สมัครสามารถศึกษาหลักสูตรที่จะสมัครได้ทางออนไลน์ก่อนที่จะตัดสินใจสมัครได้
-จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายของประเทศผู้สมัครแล้ว
-อายุยังไม่เกิน 30 ปี หรือว่าเกิดหลังวันที่ 20 ตุลาคม 1976 ผู้สมัครที่เกิดก่อนวันดังกล่าวจะไม่ได้รับการพิจารณา
-ได้รับการยืนยันจากมหาวิทยาลัยต้นสังกัดในนิวซีแลนด์
-มีประวัติผลการเรียนดี
-คะแนน IELTS อย่างน้อย 6.0 หรือคะแนน TOEFL อย่างน้อย 550 คะแนน (แบบทดสอบกระดาษ) หรือ 213 คะแนน (แบบคอมพิวเตอร์)

รายชื่อมหาวิทยาลัยที่อยู่ในโครงการมอบทุน
AUT University
Lincoln University
Massey University
University of Auckland
University of Canterbury
University of Otago
University of Waikato
Victoria University of Wellington

หมายเหตุ
เนื่องจากทุนดังกล่าวเป็นช่วงที่คาบเกี่ยวกับการเริ่มปีการศึกษาในวันที่ 1 สิงหาคม ดังนั้น ผู้ได้รับทุนจะได้รับอนุญาตให้เรียนในแบบพาร์ตไทม์ไปก่อน หากผู้รับทุนมีที่อยู่ในนิวซีแลนด์แล้วจะถูกตัดสิทธิ์

ผู้ได้รับทุนจะต้องรับผิดชอบในเรื่องของการทำวีซ่าและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เกี่ยวกับการทำวีซ่าที่จะเดินทางไปประเทศนิวซีแลนด์เอง รวมไปถึงการตรวจร่างกาย การได้รับทุนไม่ได้หมายถึงว่าจะได้รับวีซ่าเข้าประเทศนิวซีแลนด์โดยอัตโนมัติ

ผู้ได้รับทุนไม่สามารถเปลี่ยนโปรแกรมระหว่างรับทุนได้ หากไม่ได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยเจ้าของโครงการและกระทรวงศึกษาธิการนิวซีแลนด์

หากมีเหตุการณ์ใดที่ทำให้ผู้รับทุนโดนสั่งพักการเรียน สิทธิพิเศษจากทุนก็จะถูกห้ามไปด้วย

ผู้รับทุนไม่สามารถที่จะขอรับทุนอื่น ๆ จากนิวซีแลนด์ได้อีก ขณะที่รับทุนนี้อยุ่

มูลค่าของทุน
มูลค่าทุน New Zealand International Undergraduate Fees Scholarships จะรับผิดชอบในเรื่องค่าเล่าเรียนตลอดหลักสูตร (6 เทอม) แต่จะไม่รวมไปถึงค่าใช้จ่ายประจำเดือน ค่าประกัน และค่าเดินทางทั้งไปและกลับ

ขั้นตอนการสมัคร
ผู้สมัครสามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ www.newzealandeducated.com โดยผู้สมัครสามารถศึกษารายละเอียดต่าง ๆ ก่อนที่จะสมัครขอรับทุน

วันหมดเขตรับสมัคร
วันที่ 15 กรกฎาคม 2008
หากว่าปีไหน วันที่ 15 ก.ค. ตรงกับวันหยุด ก็จะได้รับการผ่อนผันไปจนถึง 5 โมงเย็นของวันจันทร์ถัดไป

รายละเอียดเพิ่มเติม
ผู้สนใจสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
www.newzealandeducated.com/scholarships

มหาวิทยาลัยดังแดนโสม


สถาบันการศึกษาในเกาหลีใต้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก เนื่องจากคุณภาพความเป็นเลิศทางวิชาการ มีการพัฒนารวดเร็วทั้งด้านสถานที่เรียน หลักสูตร สิ่งอำนวยความสะดวก รวมทั้งเปิดสอนเป็นภาษาอังกฤษมากขึ้นเพื่อดึงดูดชาวต่างชาติเข้ามาเรียนต่อ
สำหรับมหาวิทยาลัยแห่งที่ 3 ที่ชาวเกาหลียกย่องเป็นสะพานสู่ความสำเร็จ คือ มหาวิทยาลัยยอนไซ (Yonsei University) เป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่สุดในเกาหลีใต้ ก่อตั้งโดยคณะผู้เผยแพร่ศาสนาคริสต์เมื่อปี ค.ศ.1885
ปัจจุบันมหาวิทยาลัยยอนไซกำลังมีโครงการปฏิรูปในหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายการรับนักศึกษาที่มุ่งเน้นพัฒนาในด้านความเข้มแข็งทางวิชาการมากขึ้น เพื่อจะผลักดันมหาวิทยาลัยก้าวสู่สถาบันยอดเยี่ยม 1 ใน 100 อันดับของโลกให้ได้ภายในปี ค.ศ.2010
วิทยาเขตมีเนื้อที่กว้าง ธรรมชาติแวดล้อมสวยงามร่มรื่น ไม่ห่างจากย่านดาวน์ทาวน์ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรมของกรุงโซล การศึกษาแบ่งเป็น 19 คณะ ได้แก่ ศิลปศาสตร์ ธุรกิจ ธุรกิจ และเศรษฐศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เทววิทยา สังคมศาสตร์ กฎหมาย นิเวศวิทยามนุษย์ การศึกษา แพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ และวิทยาลัยนานาชาติ (Underwood International College)
มหาวิทยาลัยยอนไซมีโครงการความร่วมมือทางวิชาการร่วมกับสถาบันอุดมศึกษา 41 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ในส่วนของการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษนั้น เปิดสอนที่วิทยาลัยนานาชาติซึ่งเป็นคณะล่าสุด มีทั้งหลักสูตรระยะสั้น หลักสูตรเรียนภาษาและวัฒนธรรมเกาหลี หลักสูตรสังคมวิทยา มานุษยวิทยา ธรรมชาติวิทยาและวิศวกรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโปฮัง (Pohang University of Science and Technology) หรือ POSTECH เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังในเมืองโปฮัง ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ.1986
การศึกษาของที่นี่มีจุดเด่นในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในปี ค.ศ.1998 นิตยสาร Asiaweek ยกย่องให้เป็นสุดยอดมหาวิทยาลัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยียอดเยี่ยมที่สุดในเอเชีย
นอกจากนี้ยังมีการเรียนการสอนในสาขาคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี วิทยาศาสตร์สิ่งมีชีวิต วัสดุศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์อุตสาหกรรมและการจัดการ วิทยาการคอมพิวเตอร์ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมีเป้าหมายสำคัญคือ การก้าวเข้าเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำในเอเชีย จึงมุ่งมั่นพัฒนาสถานศึกษาให้น่าอยู่น่าเรียน พรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและความทันสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาหลักสูตรที่ใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนการสอนมากยิ่งขึ้น
มหาวิทยาลัยนี้ใช้งบประมาณส่วนใหญ่ไปในด้านการวิจัย มีความร่วมมือกับบริษัทธุรกิจชั้นนำของโลกหลายราย เป็นสิ่งดึงดูดใจให้นักเรียนระดับหัวกะทิของเกาหลีใต้และนักศึกษาจากต่างประเทศเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยนี้
มหาวิทยาลัยแห่งชาติปูซาน (Pusan National University- PNU) หรือบางทีเรียกว่า Busan National University เป็นสถาบันอุดมศึกษาชื่อดังอีกแห่งที่ได้รับเลือกให้เป็นมหาวิทยาลัยยอดเยี่ยมอันดับที่ 13 ของเกาหลีใต้ในปีที่ผ่านมา
วิทยาเขตใหญ่ตั้งอยู่ในเมืองปูซาน ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ รองจากกรุงโซล และยังเป็นเมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้
การศึกษาแบ่งเป็น 12 คณะ ได้แก่ มานุษยวิทยา สังคมศาสตร์ ธรรมชาติวิทยา วิศวกรรมศาสตร์ กฎหมาย การศึกษา บริหารธุรกิจ เภสัชศาสตร์ แพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ นิเวศวิทยามนุษย์ ศิลปศาสตร์ วิทยาศาสตร์และนาโนเทคโนโลยี
มหาวิทยาลัยแห่งชาติเซจู (Cheju National University) เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ มีขนาดเล็กที่สุดในจำนวน 10 แห่งของเกาหลีใต้ ตั้งอยู่บนเกาะเซจูซึ่งเป็นจังหวัดหนึ่งทางใต้สุดของเกาหลีใต้ มีหาดทรายละเอียดสีขาว น้ำทะเลสีครามใส จึงได้ชื่อว่าเป็นเมืองตากอากาศยอดนิยม
การเรียนการสอนแบ่งเป็น 9 สาขาวิชา ได้แก่ มานุษยวิทยา กฎหมายและการเมือง เศรษฐศาสตร์และการพาณิชย์ การศึกษา วิทยาศาสตร์ประยุกต์ วิทยาศาสตร์มหาสมุทร ธรรมชาติวิทยา วิศวกรรมศาสตร์ และแพทยศาสตร์
นอกจากนี้ยังสอนระดับหลังปริญญาตรีในสาขาประชาสัมพันธ์ บริหารธุรกิจ และการศึกษา จำนวนรับสมัครนักศึกษาใหม่ปีละ 3,000 คน
มหาวิทยาลัยกังวอน (Kangwon National University) หรือ KNU เป็นมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ จำนวนรับสมัครเกือบ 20,000 คน ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ.1947 อยู่ที่เมืองชุนชอน จังหวัดกังวอน
หลักสูตรการศึกษาของที่นี่หลากหลายมาก ได้แก่ บริหารธุรกิจ วิศวกรรมศาสตร์ เกษตรศาสตร์และวิทยาศาสตร์สิ่งมีชีวิต สัตวศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม กฎหมาย การศึกษา สังคมศาสตร์ วนวิทยาศาสตร์ เภสัชศาสตร์ แพทยศาสตร์ มานุษยวิทยา ธรรมชาติวิทยา เทคโนโลยีชีวภาพ เทคโนโลยีสารสนเทศ สัตวแพทย์ วิทยาศาสตร์การกีฬา และสหสาขาวิชา
แถบนี้ทิวทัศน์สวยมาก เทียบได้กับบรรยากาศของเทือกเขาเอลป์ในสวิตเซอร์แลนด์ แวดล้อมด้วยภูเขาและทะเลสาบ อยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัย เวลาว่างนักศึกษาจะไปไต่เขา เล่นสกี พายเรือ มีกิจกรรมกลางแจ้งให้สนุกกันไม่เว้นแต่ละวัน

เสน่ห์แห่งสกอตแลนด์


ประเทศสกอตแลนด์อยู่ส่วนเหนือสุดของสหราชอาณาจักร เป็นดินแดนที่สวยงามและคึกคักอย่างมาก ในสกอตแลนด์มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติสวยงาม มีไฮแลนด์เป็นดินแดนทะเลสาบภูเขากว้างใหญ่ เมืองประวัติศาสตร์เก่าแก่และเมืองมรดกโลกที่งดงามน่าชม

สกอตแลนด์เป็นศูนย์กลางทางการเงินอันดับต้นของสหราชอาณาจักรและยุโรป เป็นประเทศที่อัตราเติบโตทางเศรษฐกิจ การเงิน และเทคโนโลยีรวดเร็วที่สุดแห่งหนึงของยุโรป ถือเป็นหนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรมทางการเงิน วิทยาศาสตร์สิ่งมีชีวิต เทคโนโลยีการแพทย์ การท่องเที่ยว อาหารและเครื่องดื่ม เคมีภัณฑ์ บริการธุรกิจ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมอื่นอีกมากมาย

โดยเฉพาะการท่องเที่ยวนั้น ฤดูร้อนจะเป็นช่วงที่สกอตแลนด์คึกคักมีชีวิตชีวามาก ผู้คนส่วนใหญ่ใช้เวลาเพลิดเพลินไปกับงานเทศกาลต่าง ๆ กิจกรรมบันเทิง กีฬา ผู้คนออกไปท่องเที่ยวสูดอากาศ พักผ่อนตามสวนสาธารณะและสวนพฤกษชาติต่าง ๆ มีทัศนียภาพที่งดงามมาก

เมืองใหญ่ ๆ ในสกอตแลนด์เป็นที่ตั้งของร้านค้า ร้านอาหาร คลับ บาร์ และคาเฟ่ มีอาหารอร่อยจากนานาประเทศทั่วโลกให้ลิ้มรส

ชาวสกอตใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก ขึ้นชื่อว่ามีความเป็นมิตรและอบอุ่น สถานศึกษาเป็นมิตรกับนักเรียนต่างชาติ สกอตแลนด์มีระบบการศึกษาที่ดีเยี่ยม และเป็นแหล่งสถาบันการศึกษาชั้นนำของโลก



ระบบการศึกษาของสกอตแลนด์มีคุณภาพดีเยี่ยม คุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัยในสกอตแลนด์ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุโรป

ระบบการศึกษาของสกอตแลนด์เป็นหนึ่งในผู้นำด้านการเรียนการสอนแบบสองทาง โดยอาจารย์จะเป็นผู้ชี้แนะแนวทางให้นักเรียนค้นคว้าวิจัยและตั้งคำถาม สามารถคิดวิเคราะห์ได้ด้วยตัวเอง ไม่เหมือนการเรียนการสอนแบบอุ้มชูที่เราคุ้นเคยกันดี ทำให้ผู้ที่เรียนจบเป็นบุคลากรที่มีประสิทธิภาพสูงเป็นที่ต้องการในตลาดงานทั่วโลก

การเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยในสกอตแลนด์เป็นไปได้หลายทาง

นักเรียนไทยที่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษา สามารถสมัครเข้าเรียนหลักสูตรพื้นฐานของมหาวิทยาลัย ระยะเวลา 1 ปี แล้วเรียนต่อในมหาวิทยาลัยอีก 4 รวมเป็น 5 ปี

โดยจะใช้เวลาเท่ากับระบบการศึกษาของอังกฤษที่ใช้เวลาเรียน A-Level เป็นเวลา 2 ปี และระดับมหาวิทยาลัยอีก 3 ปี

นอกจากนี้ยังมีอีกทางเลือกหนึ่ง คือเรียนหลักสูตรพื้นฐานของมหาวิทยาลัย ระยะเวลา 1 ปี แล้วเรียนต่อในวิทยาลัย (College) ซึ่งเน้นด้านสายวิชาชีพ HNC/HND (Higher National Certificate/Higher National Diploma) ใช้เวลา 1-2 ปี แล้วจึงสมัครเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย ชั้นปีที่ 2 หรือ 3 ได้

ในบรรยากาศการเรียนระดับปริญญาตรีชั้นปีแรกของมหาวิทยาลัยของสกอตแลนด์ เปิดโอกาสนักเรียนได้ค้นหาตัวเองว่าชอบหรือถนัดวิชาใด ได้ลองเรียนวิชาหลากหลายกว่าในสถาบันการศึกษาของอังกฤษ ครอบคลุมทั้งวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ หรือศิลปศาสตร์ หลังจากนั้นจึงค่อยเลือกสาขาที่ต้องการเรียนเพื่อก้าวสู่เส้นทางสายอาชีพอย่างเจาะจง

การศึกษาระดับสูงกว่าปริญญาตรีของสกอตแลนด์จะคล้ายกับระบบของอังกฤษ แบ่งเป็น หลักสูตรปริญญาโท การศึกษา 1-2 ปี รับสมัครผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีที่มีผลการเรียนดี และหลักสูตรปริญญาเอก ใช้เวลาในการศึกษา 3 ปี รับสมัครผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทเป็นส่วนใหญ่

อัตราค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพในสกอตแลนด์ต่ำกว่าสหราชอาณาจักรเล็กน้อย ยกเว้นเมืองใหญ่อย่างเอดินเบอระจะมีค่าครองชีพสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของอังกฤษทีเดียว

มหาวิทยาลัยที่สำคัญและมีชื่อเสียงในสกอตแลนด์ มีดังนี้ เมืองอะเบอร์ดีน มีมหาวิทยาลัยตั้งอยู่สองแห่งคือ มหาวิทยาลัยอะเบอร์ดีน (University of Aberdeen) และมหาวิทยาลัยโรเบิร์ตกอร์ดอน (The Robert Gordon University)

สำหรับเมืองดันดีเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยดันดี (University of Dundee) และมหาวิทยาลัยอะเบอร์เทย์ ดันดี (University of Abertay Dundee)

เมืองเอดินเบอระเป็นเมืองศูนย์กลางทางการเงินอันดับสองของอังกฤษ รองจากลอนดอน เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยเนเปียร์ (Napier University) มหาวิทยาลัยเอดินเบอระ (University of Edinburgh) และมหาวิทยาลัย แฮเรียต-วัตต์ (Heriot-Watt University)

เมืองกลาสโกว์เป็นอีกเมืองท่าน่าเรียน เพราะเป็นเมืองอุตสาหกรรมและศูนย์กลางการต่อเรื่อ ซึ่งมีสถานะเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของสกอตแลนด์ เมืองนี้เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยกลาสโกว์ (University of Glasgow) และมหาวิทยาลัยสตราคไคล์ด (University of Strathclyde) ส่วนเมืองสเตอร์ลิง เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยสเตอร์ลิง (University of Stirling)

เมืองเพสลีย์เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยเวสต์ออฟสกอตแลนด์ (University of the West of Scotland) เมืองเซนต์แอนดริวส์เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยเซนต์แอนดริวส์ (University of St Andrews)

และสถานที่เรียนอีกหลายแห่งในแต่ละเมือง รวมทั้งมหาวิทยาลัยเปิดเพื่อการศึกษาทางไกล ซึ่งก็คือ The Open University in Scotland ที่ให้โอกาสทางการศึกษาแก่ทุกคนโดยเท่าเทียมกัน

ทุนออสเตรเลีบ 355 ทุน


รัฐบาลประเทศออสเตรเลีย มอบทุนการศึกษาประจำปีการศึกษา 2009 สำหรับประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในด้านการศึกษาและการพัฒนากับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้ โดยภายในระยะเวลา 5 ปี นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2549 เป็นต้นมาจนถึงพ.ศ.2553 รัฐบาลออสเตรเลียจะเพิ่มจำนวนทุนการศึกษามากขึ้น 2 เท่า ให้แก่นักเรียน นักศึกษา และผู้เชี่ยวชาญวิชาชีพต่าง ๆ

โครงการทุนการศึกษาออสเตรเลียเป็นความริเริ่มของรัฐบาลออสเตรเลีย ที่ส่งเสริมความร่วมมือทางการศึกษาและการพัฒนาในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มูลค่าของทุนการศึกษาทั้งสิ้น จำนวน 1.4 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 3.64 หมื่นล้านบาท) เปิดโอกาสให้ผู้ได้รับทุนกว่า 19,000 คน ได้ศึกษาต่อและทำงานวิจัยในประเทศออสเตรเลีย

สำหรับโครงการ Endeavour Programme ทางกระทรวงศึกษาธิการ วิทยาศาสตร์ และฝึกอบรมแห่งประเทศออสเตรเลีย ได้เพิ่มจำนวนทุนประมาณ 9,000 ทุนภายใน 5 ปี โดยโครงการดังกล่าวจะครอบคลุมการศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษา ระดับปริญญาตรี ระดับการศึกษาและฝึกอบรมวิชาชีพ รวมไปถึงการให้ทุนวิจัย ทุนพัฒนาบุคลากร และทุนสำหรับนักศึกษาชาวออสเตรเลีย เพื่อแลกเปลี่ยนและทำวิจัยในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และที่สำคัญ ทุนนี้ครอบคลุมทุกสาขาวิชาด้วย

โครงการ Endeavour Programme มอบทุนการศึกษาทั้งหมด 4 ประเภท ดังนี้

1.Endeavour Postgraduate and Postdoctoral Awards ทุน Endeavour Postgraduate and Postdoctoral Awards จะให้การสนับสนุนในเรื่องค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ทั้งหมด ยกเว้นค่าเดินทางไป-กลับของนักศึกษา โดยระยะเวลาของการให้ทุนคือ 3 ปี สำหรับปริญญาเอก และ 2 ปี สำหรับระดับปริญญาโท

วัตถุประสงค์ของทุน

-ความสำเร็จอันสูงสุดของนักศึกษานานาชาติ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องทางด้านวิชาการ หรืองานวิจัย จากสาขาวิชาที่นักศึกษาเลือกเรียน

-เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศออสเตรเลียกับประเทศเพื่อนบ้าน

-แสดงให้เห็นศักยภาพของการศึกษาในออสเตรเลีย

-สร้างเครือข่ายระหว่างประเทศด้วยการศึกษา จำนวนทุนที่มอบให้ ปริญญาโท 40 ทุน ปริญญาเอก 40 ทุน คุณสมบัติของผู้สมัครขอรับทุน

-ต้องเป็นประชากรในกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิก

-สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สำหรับผู้สมัครขอทุนระดับปริญญาโท และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท สำหรับผู้สมัครขอรับทุนระดับปริญญาเอก

-สามารถฟัง พูด อ่าน เขียน ภาษาอังกฤษในเกณฑ์ดี

-ได้รับการยืนยันจากมหาวิทยาลัยของประเทศออสเตรเลียเรียบร้อยแล้ว

2.Endeavour Vocational Education and Training Awards ทุน Endeavour Vocational Education and Training Awards มอบค่าใช้จ่ายให้กับผู้รับทุนเป็นเวลา 2 ปีครึ่ง แต่ไม่รวมค่าเดินทางไป-กลับระหว่างประเทศออสเตรเลีย กับประเทศของนักศึกษา (กรณีที่ผู้รับทุนเดินทางกลับไปเยี่ยมบ้าน) ทุนนี้นักศึกษาจะได้มีโอกาสเรียนรู้ทางด้านอาชีพ และเสริมทักษะความชำนาญในสาขาอาชีพต่าง ๆ อย่างเต็มที่ และผู้ที่ศึกษาจบแล้วสามารถเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียต่อได้เลย เนื่องจากได้รับการรองรับจากกระทรวงศึกษาของออสเตรเลียแล้ว

วัตถุประสงค์ของทุน

-ความสำเร็จอันสูงสุดของนักศึกษานานาชาติไม่ว่าจะเป็นในเรื่องทางด้านวิชาการ หรืองานวิจัย จากสาขาวิชาที่นักศึกษาเลือกเรียน

-เสริมสร้างความสัมพันธ์ดีระหว่างประเทศออสเตรเลียกับประเทศเพื่อนบ้าน

-แสดงศักยภาพทางด้านอาชีวะและเทคนิคของประเทศออสเตรเลีย

-สามารถเพิ่มทักษะให้กับนักศึกษาได้ในระยะเวลาอันสั้น เพื่อที่จะให้ผู้รับทุนไปพัฒนาประเทศของตน จำนวนทุนที่มอบให้ 60 ทุน คุณสมบัติของผู้สมัครขอรับทุน

-ต้องเป็นประชากรในกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิก

-สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือระดับ 12

-สามารถฟัง พูด อ่าน เขียน ภาษาอังกฤษในเกณฑ์ดี

-ได้รับการยืนยันจากมหาวิทยาลัยของประเทศออสเตรเลียเรียบร้อยแล้ว

3.Endeavour Executive Awards ทุน Endeavour Executive Awards เป็นทุนเพื่อที่จะพัฒนาและเพิ่มโอกาส ให้กับผู้รับทุนจากต่างชาติ โดยจะเน้นในเรื่องการเสริมสร้างความชำนาญของการจัดการ การเรียนรู้ซึ่งกันและกัน การฝึกงานระยะสั้น การฝึกฝนการเป็นผู้นำและการจัดการ และที่สำคัญทักษะความชำนาญที่เพิ่มขึ้นจะต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมของประเทศผู้รับทุนเอง ไม่ใช่เรียนในบรรยากาศที่เป็นทางการมากนัก

วัตถุประสงค์ของทุน

-ความสำเร็จสูงสุดของนักศึกษานานาชาติ ทั้งในเรื่องของความรู้และทักษะความชำนาญ

-สายสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศออสเตรเลียกับประเทศเพื่อนบ้าน

-ความสัมพันธ์ที่แน่แฟ้นระหว่างประชาชนของออสเตรเลียกับนักศึกษาจากนานาชาติ

-สร้างโอกาสที่ดีให้กับนักศึกษาและพร้อมที่จะกลับไปพัฒนาบ้านเกิด จากความรู้ ความชำนาญที่ได้จากการศึกษา จำนวนทุนที่มอบให้ 98 ทุน คุณสมบัติของผู้สมัครขอรับทุน

-ต้องเป็นประชากรในกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิก

-สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี และมีประสบการณ์การทำงานอย่างน้อยเป็นเวลา 5 ปี แต่หากไม่จบปริญญาตรี ต้องมีประสบการณ์การทำงานเป็นเวลา 10 ปี

-สามารถฟัง พูด อ่าน เขียน ภาษาอังกฤษในเกณฑ์ดี

-ได้รับการยืนยันจากมหาวิทยาลัยของประเทศออสเตรเลียเรียบร้อยแล้ว

4.Endeavour Research Fellowships ทุน Endeavour Research Fellowships เป็นทุนสำหรับให้นักศึกษาได้มีโอกาสเพิ่มโอกาสและทางเลือกมากขึ้นในระหว่างการศึกษา เป็นทุนที่มอบให้กับนักศึกษาระดับปริญญาตรี และปริญญาโท ระยะเวลาการศึกษาประมาณ 4-6 เดือน

วัตถุประสงค์ของทุน

-ความสำเร็จอันสูงสุดของนักศึกษานานาชาติไม่ว่าจะเป็นในเรื่องทางด้านวิชาการ หรืองานวิจัย จากสาขาวิชาที่นักศึกษาเลือกเรียน

-เสริมสร้างความสัมพันธ์ดีระหว่างประเทศออสเตรเลียกับประเทศเพื่อนบ้าน

-แสดงให้เห็นศักยภาพของการศึกษาในออสเตรเลีย

-สร้างเครือข่ายระหว่างประเทศด้วยการศึกษา จำนวนทุนที่มอบให้ 117 ทุน คุณสมบัติของผู้ขอรับทุน

-ต้องเป็นประชากรในกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิก

-สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี

-สามารถฟัง พูด อ่าน เขียน ภาษาอังกฤษในเกณฑ์ดี

-ได้รับการยืนยันจากมหาวิทยาลัยของประเทศออสเตรเลียเรียบร้อยแล้ว

- ผู้ได้รับทุนจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4 เดือน อย่างมาก 6 เดือน ในการเตรียมตัวทำหัวข้อวิจัยในสถาบันต้นสังกัด ก่อนที่จะไปต่อยอดงานวิจัยที่ประเทศออสเตรเลีย

หมดเขตรับสมัคร วันที่ 31 กรกฎาคม 2009 ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ www.endeavour.dest.gov.au/endeavour_awards/ หรือสถานทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย 37 สาทรใต้ กรุงเทพฯ โทร.0-2344-6300 http://www.austembassy.or.th/